02
คำขอร้องจากบุคคลที่สอง
[Feliona_f]
โลกทั้งใบเติบโตขึ้นด้วยความรักความเอ็นดูของพระเจ้าทั้งปวง
สายลมอันเยือกเย็นพัดปลิวใบไม้ให้ล่นร่วงลงบนพื้นถนน
เด็กสาววัยมัธยมปลายที่กำลังก้าวเดินอย่างมีความสุขหันกลับมามองด้านหลังของตนพลางขมวดคิ้วสงสัย
เด็กหญิงเดินยังพุ่มไม้ใหญ่เพราะเธอได้ยินเสียงแปลกๆจากที่ตรงนั้น
เธอชะโงกคอมองว่าเสียงที่เธอได้ยินนั้นมันใช่สิ่งเดียวกับที่เธอคิดรึเปล่า
เมื่อดวงตาหวานสบเข้ากับดวงตาอีกคู่รอยยิ้มเล็กๆ ของเฟรชก็ปรากฏขึ้น
เธอหัวเราะเบาๆก่อนจะยื่นมือส่งไปอุ้มเจ้าตัวเล็กออกมาจากพุ่มไม้ใหญ่
"เธอมาจากไหนหรอเจ้าหมาน้อย พ่อแม่ไปไหนหรอ" เฟรชเอ่ยอย่างเอ็นดู
"แอ่ง แอ่ง" เจ้าหมาน้อยกระดิกหางพลางฟุบหน้าลงเป็นคำตอบ
"อ่า...เธอไม่มีพ่อกับแม่งั้นหรอ?" เฟรชลูบหัวมันอย่างเบามือ
หมาน้อยเงยหน้ามองเฟรชตาแป๋ว
มันหวังเพียงว่าจะมีใครสักคนใจดีให้อาหารมันพอประทังชีวิตอยู่ได้อีกวันก็พอ
เฟรชหยิบขนมปังไส้หมูหยองออกมาจากกระเป๋าแกะซองแล้วยื่นให้เจ้าหมาน้อย
มันกระดิกหางอย่างออดอ้อนแล้วงับขนมปังในมือ
"แย่จัง ฉันเอาเธอไปเลี้ยงไม่ได้ที่บ้านฉันไม่ชอบสัตว์เลี้ยง"
เฟรชนึกแล้วก็สงสารมัน เพราะเธอเองก็รักสัตว์มากๆ
แต่ที่บ้านบอกมันสกปรกแถมดุร้ายด้วย เฟรชไม่เห็นว่ามันจะดุร้ายตรงไหนเลย
แต่นั่นแหละ ยังไงเฟรชก็ฝืนกฎบ้านไม่ได้
คนตัวเล็กสะบัดความคิดนั้นออกไปก่อนจะถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเตรียมจะกลับบ้านแต่ทว่าหมาน้อยก็คาบกระโปรงเฟรชไว้จนห้อยต่องแต่ง
เฟรชนึกขำแต่ก็อดที่จะอุ้มไม่ได้เพราะมันน่ารักเหลือเกิน
"ทำไมน่ารักจัง ฉันตั้งชื่อให้ดีไหม?"
"โฮ่งๆ" เจ้าหมาแลบลิ้นเลียใบหน้าหวาน
เฟรชหัวเราะกับความตื่นเต้นของเจ้าหมาน้อย
"งั้นชื่อฟองดูดีไหม น่ารักแล้วก็อร่อยด้วย"
เฟรชยิ้มขำกับการตั้งชื่อของตัวเอง เธอชอบกินขนมเค้กมากจนเอามาตั้งชื่อหมาเนี่ยนะ
"โฮ่งๆ" เจ้าฟองดูตาลุกวาวเมื่อได้ยินชื่อของตนพร้อมกับดิ้นไปมาจนแทบล่นออกจากมือ
"เอาล่ะ ฉันต้องกลับบ้านแล้ว อยู่นี่นะเดี๋ยวพรุ่งนี้หาอะไรมาให้กิน
โอเคไหม?" เฟรชสั่งฟองดูเสร็จสับแล้วเดินกลับบ้านอย่างสบายใจ
โดยไม่รู้เลยว่าฟองดูนั้นแอบเดินตามเธอมาจนถึงบ้าน
แม้จะแสนดีแล้วอีกตัวตนไม่คิดจะทำตาม
"ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามไปยุ่งกับสัตว์พวกนั้น ห้ามไม่เคยฟัง!
ต้องให้ฉันตีแกให้ตายเลยรึไง!"
แม่ยกมือขึ้นเตรียมจะฟาดเฟรชแต่พ่อก็จับมือไว้ซะก่อน
ก็อย่างที่บอกว่าครอบครับเฟรชไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ใดๆ ทั้งสิ้น
และที่แม่โวยวายก็เพราะเจ้าฟองดูมันตามมาถึงบ้านแล้วแม่เห็นมันก่อนจะจับมันโยนทิ้งลงครอง
หมาก็ตัวแค่นั้นว่ายน้ำเป็นรึเปล่าก็ไม่รู้
"ฟองดูมันแค่ตามหนูมาไม่ได้จะเอามาเลี้ยง"
"ก็เพราะใจดีกับมันไงมันเลยตามมา
ที่บอกที่สอนเคยจำได้ไหมว่าบ้านเราไม่เอาสิ่งอัปมงคลเข้าบ้าน!"
"ฟองดูมันก็แค่หมานะแม่"
"เถียง!" แม่ฟาดมือลงบนแก้มเนียนใบหน้าของเฟรชหันตามแรงตบ
ร่างบางนิ่งงัน เสียงลมหายใจเข้าออกช้าขึ้นบ่งบอกถึงการปรับอารมณ์
เฟรชปรายตามองร่างบางของผู้เป็นแม่ยืนมองตนด้วยดวงตาแดงก่ำ
เธอยกยิ้มก่อนจะถุยน้ำลายลงพื้นแล้วใช้ลิ้นดันกระพุงแก้ม
สายตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้ว...
"มึงตบกูทำไมห้ะ!! สนุกนักหรอตบลูกซ้อมลูกอ่ะ!"
เฟรชจ้องแม่อย่างคาดคั้น เธอกัดฟันกรอดจนหน้าขึ้นสี
"เฟรชพ่อว่าหนูใจเย็นๆ ก่อนนะ ตั้งสติ คุมตัวเองให้ได้"
พ่อพยายามเกลี่ยกล่อมให้เฟรชใจเย็น
เพราะเมื่อใดก็แล้วแต่ที่เฟรชอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหรือเสียเปรียบ
เฟรชจะถ่ายทอดตัวตนอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมาแล้วเป็นตัวตนที่ใครก็เกินต้าน
"ต้องให้ใจเย็นไงวะพ่อ มันเล่นตบหนูแบบนี้
แล้วหนูจะอยู่เฉยได้ไง" เฟรชหันไปตวาดใส่พ่ออย่างหัวเสีย
"ก็เพราะมึงบ้าแบบนี้ไงเฟรชเลยไม่มีใครรักมึง"
ฟรามพี่ชายร่างยักษ์เก่งแต่กับผู้หญิงเอ่ยก่อนจะมองด้วยสายตาเหยียดหยาม
"มึงก็อีกคน ถ้ายังปากดีกูจะตบมึงบ้าง"
เฟรชชี้หน้าคาดโทษพี่ชายตัวดีที่วันๆก่อแต่เรื่องไม่ทำคุณทำประโยชน์อะไรสักอย่าง
"มึงขู่กูหรออีเฟรช!"
ฟรามควันออกหูเมื่อผู้เป็นน้องสาวขึ้นเสียงใส่แถมเหยียบหัวทั้งๆ
ที่ตนนั้นเป็นพี่ชาย
"เออกูขู่มึง มึงมันคนเฮงซวย!"
"แม่งเอ้ย! ถ้ากูไม่คิดว่ามึงเป็นน้องกู กูจะตบสั่งสอนมึง"
ฟรามเอ่ยพลางชี้หน้าเฟรช นัยน์ตาเฟรชสั่นไหว
ใจบางกระตุก ความรู้สึกผิดมันแล่นผ่านหัวใจเข้าสู่โสตประสาท
ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว เฟรชได้แต่คิดว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ต้องเจ็บปวดกับอาการบ้าๆ นี่ที่ไม่มีทางรักษาหาย
มือบางยกขึ้นกุมที่ใจเมื่อมันเริ่มปวดหนึบๆ ขึ้น มันชาว้าบเหมือนใครเอาน้ำเย็นมากๆ
มาสาด เฟรชหันไปมองแม่น้ำตาหยาดสุดท้ายร่วงล่นลงก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป
โชคชะตาชี้นำหนทางของอนาคต
เฟรชนั่งมองกระดาษในมือพลางยิ้มจนแก้มปริเมื่อเห็นคะแนนในกระดาษ
วันนี้ครูพึ่งบอกคะแนนสอบกลางภาคและเฟรชก็ได้คะแนนเกือบเต็มร้อยขาดแค่ไม่กี่คะแนน
มันปลื้มใจจริงๆ นะเพราะเฟรชเองก็พยายามมาตลอด ผลมันออกมาดีขนาดนี้มันก็ต้องภูมิใจอยู่แล้ว
"มายด์แกได้คะแนนเท่าไหร่หรอ?"
ยีนส์เพื่อนสนิทของเฟรชเอ่ยถามมายด์ซึ่งก็เป็นอีกคนในกลุ่ม
กลุ่มของเฟรชมีห้าคน มีมายด์ ยีนส์ เบลล์ เกล และเฟรช
ซึ่งเฟรชสนิทกับมายด์และยีนส์มากที่สุด
"ก็..."
"ไหนๆ" เบลล์ดึงกระดาษในมือมายด์ออกไปดูก่อนจะอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนเพื่อนทั้งห้องหันมาให้ความสนใจ
"อะไรวะเบลล์" เกลสะกิด
"มานด์คะแนนตกได้ไง เก้าสิบสาม"
เมื่อเบลล์พูดถึงคะแนนมายด์ทุกคนในห้องก็หันมาให้ความสนใจมากกว่าเดิม
บางคนก็หันไปซุบซิบกัน
"กี่คะแนนมายด์มันก็ได้ที่หนึ่งอยู่ดี" ยีนส์เอ่ย
"มึงดูนี่ก่อน"
เกลยื่นคะแนนของใครคนหนึ่งให้ยีนส์ก่อนที่สีหน้ายีนส์เปลี่นนเป็นตกใจ
เพื่อนๆแย่งกระดาษจากยีนส์ไปดูแล้วต่างพากันตกใจ
"แกไม่เคยสอบผ่านเลยนะเฟรช" ยีนส์เอ่ย
"มันอ่านหนังสือหนักจะตายช่วงนี้" เกลช่วยแก้ต่าง
"อ่านหนังสือหรือแลกคะแนนเอาให้แน่"
ยีนส์เอ่ยพลางเลิกคิ้วมองอย่างต้องการคำตอบ
"ได้ข่าวว่าครูพีร์แอบมองแกนิ่" เบลล์พูดเสริม
"อีกอย่างนะมายด์อะมันเก่ง ไม่ต้องพยายามเหมือนใครด้วยซ้ำ"
"แต่ฉันไม่ได้ทำแบบที่พวกเธอคิดนะ" เฟรชมองเพื่อนของเธอตาอิดโรย
ไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าการตั้งใจของตัวเองจะเป็นภัย
ไม่คิดว่าคนเป็นเพื่อนกันตจะคิดอะไรสกปรกๆ แบบนี้ได้
"พอเถอะ" มายด์มองหน้าเฟรช
"ไม่มีใครผิดหรอกเฟรชมันก็แค่ตั้งใจ"
ก่อนจะหันไปมองเพื่อนอีกสามคนแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป
เฟรชได้แต่นั่งมองหลังเพื่อนทั้งสี่ที่เดินออกไปจากห้องด้วยความรู้สึกผิด
เฟรชยอมรับเลยว่าเธอไม่ใช่คนเก่ง หัวไม่ดี แต่เธอก็พยายามมันตลอดจนตอนนี้มันสำเร็จ
เธอคิดว่าเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ แต่มันกลับเป็นคนละอย่าง
เธอโดนเข้าใจผิดและคำซุบซิบนินทา
และที่สำคัญเธอไม่ได้หวังว่าตะได้ที่หนึ่งแทนใครด้วยซ้ำ เธอชื่นชมมายด์มาตลอด...
...
เสียงออดคาบสุดท้ายดังขึ้น นักเรียนต่างพากันเก็บกระเป๋าเตียมจะกลับบ้านแต่เฟรชไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลย
เธอนั่งนิ่งๆ ไม่มีสติที่จะจดจ่อกับการเรียนที่ผ่านมาเลย
เธอนั่งอยู่แบบนั้นจนเพื่อนทั้งห้องออกไปจนหมด
เฟรชถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเก็บของใส่กระเป๋าแล้วกลับบ้าน อยู่ๆ
ก็นึกถึงฟองดูแฮะ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง
เพราะเมื่อคืนหลังจากฟื้นขึ้นมาเฟรชก็ได้แอบไปช่วยขึ้นมาจากท่อน้ำแล้วเอาน้องมาไว้พุ่มไม้ตามเดิม
เฟรชเดินตามฟุตบาทมาเรื่อยๆอย่างเหม่อลอย ในหัวของเธอตอนนี้มันขาวโพลน
คิดอะไรไม่ออกสักอย่าง ไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่รู้ว่ามายด์โกรธเธอไหม ไม่ชอบเธอแล้วรึเปล่า
เพราะตอนถามมายด์ก็ตอบโอเคๆ
ซึ่งเฟรชไม่ได้รู้สึกว่ามายด์ไม่ได้โอเคเหมือนที่พูดจริงๆ
ในระหว่างที่เท้าเล็กก้าวเดินอย่างช้าๆพลางคิดอะไรในหัว อยู่ๆ
ลูกบาสของใครบางคนก็กลิ้งมาหยุดอยู่ที่จ้อเท้าเล็ก
ร่างบางก้มมองสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่เมื่อครู่แล้วก้มหยิบมันขึ้นมาถือไว้ในมือ
ดวงตากลมก็ทอดมองหาบุคคลที่เป็นเจ้าของ
เธอสบตาเจ้ากับใครคนนั้นที่กำลังวิ่งมาหาเธอ
ใบหน้าเรียวยาวจมูกโด่งเป็นสันถูกตัดด้วยผมสีน้ำตาเข้มขับให้ใบหน้าดูขาวผ่องจนน่าสะดุดตา
ขายาววิ่งมายังหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ปากเรียวเผยยกยิ้มขึ้นอย่างน่าหลงใหล
เฟรชพยายามละลายตาจากเขาอย่างห้ามไม่ได้
ร่างสูงหยุดยืนตรงหน้าพลางหอบหายใจกอบโกยอากาศเข้าจนเต็มปอด
"โทษนะ ขอลูกบาสคืนได้ไหม"
ร่างสูงยื่นมือพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงคำถาม
เฟรชสะดุ้งก่อนจะยื่นมันให้อีกคนอย่างไม่อิดออด เขาก้มให้เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ
"พี่ชื่อภูรินทร์นะ จริงๆเรียกภูร์จะดีกว่า เหอะๆ"
ว่าเสร็จก็ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองแก้เขิน ก็ชื่อจริงกับชื่อเล่นมันเหมือนกัน
มันก็แอบเขินอยู่แหละ
"อ่า...เฟรชค่ะ" เฟรชพยักหน้างงๆ
แต่ก็ตอบรับคำและเอ่ยตอบเขาอย่างสุภาพ ภูร์เห็นท่าทางแบบของเฟรชแล้วก็นึกขำ
นัยน์ตาสีดำสนิทมันดูเซ็กซี่มากแต่พอมองน้องตอนนี้มันดูอ่อนโยนจัง
"จะกลับบ้านแล้วหรอ?" ว่าพลางหันไปมองกระเป๋าที่เฟรชสะพายอยู่
"กระเป๋า...น่ารักดีนะ" ภูร์มองหน้าอีกคนแล้วยิ้ม
"อือ กำลังจะกลับ ขอบคุณนะคะ" เฟรชมองอย่างสงสัย
"กลับพร้อมกันนะ"
เมื่อเอ่ยจบร่างสูงก็โยนลูกบาสให้เพื่อนๆที่เล่นกันอยู่แล้ววิ่งไปเอากระเป๋า
เพียงไม่กี่นาทีทั้งสองคนก็มาถึงหน้าโรงเรียนซะแล้ว
ภูร์พยายามเดินห่างน้องให้มากที่สุด เพราะทั้งสองพึ่งรู้จักกัน
คุยกันแค่ไม่กี่ประโยคแต่ขอกลับบ้านด้วย มันก็แปลกๆอยู่แหละ
แต่จะให้ทำไงได้ก็เฟรชทำให้เขาตกหลุมรักไปแล้วเรียบร้อย
หัวใจที่เต้นรัวอยู่ตอนนี้เฟรชไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร
มันปวดหนึบไปหมดในท้องเองก็รู้สึกโหว่งๆ ความรู้สึกแบบนี้มันยังไงกันนะ
ภูร์พยายามตีสนิทกับเฟรชจนทั้งสองเริ่มสนิทกันมากขึ้น
จากที่คุยกันครบหนึ่งวัน หนึ่งสัปดาห์ จนล่วงเลยมาเกือบเดือน
ทั้งสองต่างรู้ดีว่าที่เป็นอยู่มันโอเคแล้ว ภูร์แสดงออกชัดเจนว่าจีบเฟรช
น้องเองก็ตอบรับคำอย่างน่ารัก
จนกระทั่ง...
...
เว็บบอร์ดคนชิคๆ
ชื่อผู้ใช้ : น้อนไข่หวาน
เวลา 10:10
'มึงแหกตาดูนะอีพวกติ่งๆพี่ภูร์ทั้งหลายว่าตอนนี้เขามีเจ้าของแล้ว
แล้วต่อไปนี้ก็เลิกอวยมันสักที กูรำคาญ'
//รูปภาพ
--
ชื่อผู้ใช้ : พี่ภูร์บอยแฟน
เวลา 10:25
ตอบกลับ @น้อนไข่หวาน
'ก็แค่พี่น้องป่ะ คนแบบพี่ภูร์ไม่เอาคนแบบอีนี่หรอก
ดูก็รู้ว่ามันมาติดพี่ภูร์ของฉันเอง
อีกอย่างนะถ้าหล่อนรำคาญทำไมไม่ออกจากเว็บบอร์ดไปล่ะ จะเเสล่นอยู่ทำไม
มีสมองก็ไตร่ตรอง อย่ามัวแต่ว่าคนอื่นไปทั่วนะคะ'
--
ชื่อผู้ใช้ : อริน
เวลา 10:26
ตอบกลับ @น้อนไข่หวาน
'คือเขามีหรือไม่มีแล้วมันยังไงก่อน
พวกฉันก็ติ่งน้องภูร์ในพื้นที่ของพวกฉัน มึงมาเสือกเองรึเปล่าเหอะ
ถ้าว่างมากก็ไปแดกหญ้าต่อนะจะได้เลิกเห่าสักที'
--
ชื่อผู้ใช้ : บีบีปาร์ตี้
เวลา 10:30
ตอบกลับ @น้อนไข่หวาน
'ได้ข่าวว่า ผญ. ในรูปก็ไม่เบานะคะ
เคยได้ยินเพื่อนๆพูดว่านางขี้อิจฉาจนยอมนอนกับครูแลกกับคะแนน อันนี้ฉันว่าแรงมากนะ
ถ้ากล้าทำขนาดนี้น้องภูร์ก็ไม่รอดแล้วล่ะ'
...
เสียงข้อความดังขึ้นรัวๆ
จนเฟรชละสายตาจากหนังสือที่อ่านมามองยังหน้าจอทัชสกรีน
ข้อความที่ถูกส่งโดยเกลเต็มช่องการแจ้งเตือน เฟรชกดเปิดมันอย่างชั่งใจ แปลกแฮะ
ปกติเกลไม่เคยส่งข้อความเยอะขนาดนี้
…
Gell.
Gell : เฟรชแกทำไรอยู่
Gell : อ่านเว็บบอร์ดโรงเรียนยัง
Gell : ถ้ายังก็ดีแล้ว
Gell : เฟรชปิดมือถือแล้วนอนเลยนะ
Fresh : อะไร
Gell : นอนได้แล้ว
Frash : เว็บบอร์ดโรงเรียนมีอะไร?
Gell : เปล่าหรอก
Frash : บอกมา
ถ้าไม่บอกฉันจะไปดูเอง
Gell : อ่า...
Gell : ส่งลิงก์
…
เฟรชกดเข้าลิงก์ที่เกลส่งมาให้ก่อนใจจะประตุกวูบ
บนจอโชว์หน้าต่างเว็บบอร์ดโรงเรียนแล้วโพสต่างๆที่มีแต่รูปเฟรชเต็มฟีด
พร้อมข้อความเหยียดหยาม ยอดแชร์สามร้อยกว่ากับคอมเม้นอีกห้าร้อย
คำด่าทอ คำเหยียด คำดูถูก ถูกถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ เฟรชมองนิ่งมือบางเริ่มสั่นเทา
เฟรชไม่เคยรู้สึกอายหรือสมเพศตัวเองมากขนาดนี้
เธอหัวเราะออกมาดังลั่นเมื่อเห็นคนคอมเม้นว่าถ้าคนคนนั้นเป็นมายด์คงจะดีกว่า หึ
มายด์งั้นหรอ
มายด์...
มายด์...
มายด์...
ใครกันแน่ที่ตัวขี้อิจฉา!
...
ร่างของเฟรชกระทบเข้ากับผนังห้องอย่างจังจนคนตัวเล็กรู้สึกจุกจนต้องงอตัว
กลุ่มนักเรียนนับสิบยืนมุงล้อมรอบร่างบางโดยมีหัวโจกคือรุ่นพี่มอหก
ผู้มีชื่อเสียงเรียงนามเรื่องการตบตีแย่งชิงศักดิ์ศรีและทวงคืนบุคคลอันเป็นที่รัก
แค่ชื่อก็ดูออกว่ากร่าง(?)
"มึงจะตอบกูได้ยังว่ามึงได้กันรึยัง!"
"อ๋อนี่มึงจะไม่พูดใช่ไหม?"
"กูว่าตบมันเหอะ อย่ามัวแต่สนุกเดี๋ยวสมรมาก็ซวยกันหมด"
"หึ เอางั้นหรอ"
ร่างทึกของมือตบพุ่งเข้าหาเฟรชอย่างแรงกระชากคอเสื้ออีกคนจนกระดุมหลุด
ใบหน้าหวานมองอีกคนอย่างไม่หวาดกลัวพลางยกยิ้มขึ้นเยาะเย้ย
ฝ่ามือฟาดลงบนเเก้มเนียนใบหน้าของเฟรชหันตามแรงตบจนหัวชนกับผนัง
เลือดสีสดใหลลงข้างแก้ม
เฟรชยกมือขึ้นแตะแผลเบาๆแต่ก็นั่งอยู่แบบนั้นไม่มีการตอบโต้
เมื่ออีกฝ่ายเห็นเฟรชไม่มีปฏิกิริยาจึงกระชากให้อีกคนหันมาหาตน
เฟรชปรายตามองทุกคนที่เป็นสักขีพยานในการตบกันครั้งนี้พลางขำกับการกระทำต่ำๆแบบนี้
นัยน์ตาแข็งกร้าวฉายแววไม่ยอม
ไม่เกรงกลัวและหรี่ลงมองฝ่ามือที่ตบตัวเองเมื่อกี้นี้พร้อมกับพุ่งเข้าไปกัดจนอีกฝ่ายร้องลั่นดึงผมเฟรชอย่างเจ็บปวด
เพื่อนๆต่างตกใจวิ่งเข้ามากระชากเฟรชออก
"น่าสมเพศ" เฟรชเอ่ย ก่อนที่สติจะดับวูบไป
...
การได้รับความคุ้มครองจากตนเองมันอุ่นใจเป็นไหนๆ
เปลือกตาหวานปรือขึ้นพลางกระพริบมันถี่ๆ เพื่อปรับให้ภาพตรงหน้ามันชัดขึ้น อ่า...หลับไปอีกแล้วสินะ เฟรชยกมือขึ้นแตะแผลบนหัวตัวเองเบาๆพลางซี๊ดปาก
เมื่อไหร่ชีวิตเฟรชจะหนีออกจากการโดนทำร้ายสักที มันเจ็บปวดและทรมานมาก
ร่างกายอะไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก แต่ใจอะมันแทบแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
ตอนเด็กๆเฟรชเคยดีใจมากที่มีครอบครัวที่อบอุ่นและรักกันมากๆ แต่มันก็พังลงเมื่อพ่อโดนโกง
แม่เครียดจนป่วย แม่กลายเป็นคนหัวรุนแรงทุบตีทุกคนและทุกเวลาที่นึกอยากจะทำ
เฟรชต้องทนรับมือรับเท้าจากแม่แทนทุกคนในบ้าน
มันเจ็บปวดจนเฟรชต้องพยายามเข้มแข็งและอดทนกับความเจ็บปวดให้ได้...
จนเฟรชได้รู้จักอีกตัวตนของตัวเอง...นั้น...เข้มเเข็งแค่ไหน
มันเป็นอีกด้านที่เฟรชถ่ายทอดมันออกมา เขาแก้ปัญหาได้ดีเสมอ
เขาเก่งแล้วก็แข็งแรงมากด้วย เฟรชชื่นชมเขามากๆ แต่มันจะเจ็บปวดมากๆ
ทุกครั้งที่เขาออกมา ตัวตนของเขาจะกดทับเฟรช
เฟรชเคยคุยกับเขาแต่ไม่บ่อยนัก เขาขี้เซา ชอบวางมาด อบอุ่น แต่ก็อารมณ์ร้ายจนน่ากลัว
เขามักจะมาทักทายเฟรชผ่านช่วงเวลาที่อ่อนแอและจากไปในตอนที่ร่างกายทนไม่ไหว
เขาเป็นคนที่คอยปลอบ ดูแล แต่เสียดายที่เขาไม่ชอบคนเยอะๆ
เขาเคยบอกกับเฟรชว่าเขาไม่ใช่คนอื่น แต่เขาคือเฟรช
คืออีกด้านของตัวตนที่เข้มแข็ง...
"ฟื้นแล้วหรอ"
ตาหวานมองเจ้าของเสียงก่อนจะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง
ครูแพน ที่ปรึกษาชั้นเรียน เธอเป็นคนสวย มาดมั่น และใจดีมากๆ
ครูแพนมักจะซื้อของหรือชวนเฟรชไปไหนมาไหนด้วยเสมอ เธอเข้าใจเฟรชมากๆ และเธอ...
เป็นคนเดียวในโรงเรียนที่รู้ว่าเฟรชป่วย(?)
"ค่ะ แล้วนี่ครูมาทำอะไรหรอคะ"
เฟรชรับนมที่ครูแพนยื่นให้ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณ ครูแพนไม่เคยมามือเปล่าเลยจริงๆ
เจอหน้าที่ไรต้องมีของให้ตลอด เกรงใจชะมัด
"ครูมาดูว่าหนูหายรึยัง
ไหนเล่าให้ครูฟังหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น" เธอนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วยื่นมือมาจับมือเฟรชไปกุมไว้
"ก็...พวกรุ่นพี่คิดว่าเฟรชคบกับพี่ภูร์ แต่เฟรชไม่ได้คบนะคะ"
เฟรชก้มหน้ามองต่ำนัยน์ตาสั่นไหว เฟรชไม่ได้คบกับพี่ภูร์จริงๆ บอกพวกนั้นไปกี่รอบๆ
ก็ไม่ยอมเชื่อแถมหาว่าเฟรชตอแหล แกล้งทำเป็นหน่อมแน้ม มันเสียใจเสียความรู้สึกมากเลยนะที่เวลาเราพูดความจริงอะไรไปแล้วอีกคนหาว่าเราแก้ตัว
"แล้วหนูชอบผู้ชายคนนั้นไหม?"
ครูแพนบีบมือเฟรชที่กุมไว้ก่อนจะขยับขึ้นมานั่งบนเตียง
"เอ่อ..."
"ตอบมา ชอบมันไหม?"
"แค่รู้สึกดีค่ะ" เฟรชยกยิ้มขึ้นพลางกัดปากแก้เขิน เพราะไม่อยากยิ้มหรือแสดงออกชัดขนาดนั้นต่อหน้าครู
กลัวว่ามันจะเป็นการไม่รู้จักกาลเทศะ
"ทำไม?"
"ก็...พี่ภูร์หล่อ เป็นผู้ชายที่...เล่นกีฬาเก่ง ร้องเพลงเพราะ
แถมเอาใจเก่งมากด้วย"
เฟรชเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่ได้แต่ก็ต้องชะงักเมื่อโดนครูแพนบีบข้อมือแน่
"แล้วครูไม่ดีหรอ?"
"ดะ...ดีค่ะ"
เฟรชพยายามสะบัดมือออกจากการจับกุมของอีกคนแต่ก็ไม่เป็นผล
เพราะเธอนั้นไม่สบายและแรงน้อยกว่าครูมากๆ
"แค่นี้หรอ? ครูว่านะบางทีถ้าเธอมองครูดีๆ
เธออาจจะรู้ก็ได้ว่าครูมีดีมากกว่านี้"
ว่าแล้วก็เลียริมฝีปากช้าก่อนจะมองเฟรชด้วยสายตาหื่นกระหาย
มือแพนเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขลูบไล้วนเอวบางบีบมันเบาๆ
ใบหน้าเรียวถูกยื่นมันเข้าหาเฟรชช้าๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
เฟรชตัวแข็งเทื่อทำอะไรไม่ถูก มันตกใจมากที่อยู่ๆ ครูก็ทำแบบนี้
พอตั้งสติได้ก็รีบหันหน้าหนี
แพนบีบคางมนเสยขึ้นให้ประจันทร์หน้ากับตนเองพร้อมกับประกบริมฝีปากบางลงบนปากอิ่มละเลียดมันจนบวมเจ่อ
คนใต้ร่างพยายามดิ้นจนสุดความสามารถแต่ก็ทนสู้แรงของเธอไม่ได้
น้ำตาเอ่อคอลเพียงแค่กระพริบตามันก็ไหลอาบลงหางตาคม เฟรชทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว
โดนกระทำอีกแล้ว
หลายครั้งที่เฟรชแอบเข้าข้างตัวเองว่าครูแพนทำตัวแปลกๆ กับตัวเอง
ใจดีเป็นพิเศษ ไปรับไปส่งบ่อยมาก เข้าใจว่าเอ็นดูหรือถูกชะตา แต่นี่หรอ?
นี่คือจริงๆสำหรับสิ่งที่ครูทำให้มาตลอด เพื่อหวังอะไรแบบนี้หรอ...
…
คืนนั้นที่ดวงเต็มท้องฟ้า พระจันทร์ทอแสงสีทองสว่างไสวไปทั่วทุกที่
ร่างบางของเฟรชนั่งอยู่บนม้านั่งในสวนสาธารณะและมีร่างสูงของภูร์กำลังกุมมือไว้ไม่ห่าง
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
แต่มันเป็นครั้งแรกที่รู้สึกอบอุ่นมากขนาดนี้ ในคืนนั้นเฟรชพูดออกไปว่า
'คืนนี้พระจันทร์สวยจัง' และไม่คิดด้วยซ้ำว่าพี่ภูร์จะตอบกลับ
'จริงๆ
พระจันทร์สวยมาตั้งนานแล้ว' และหันมามองเฟรชด้วยสายตาอบอุ่น
เฟรชยกยิ้มขึ้นอย่างขัดเขิน
ภูร์กดจูบน้องเบาๆที่ข้างแก้มเพื่อบ่งบอกว่าได้จองน้องไว้แล้ว
เฟรชเองก็ยอมรับว่ารู้สึกดีแต่ขอเวลาก่อนทั้งสองเลยไม่ได้คบกับ...
…
ร่างบางของเฟรชพลิกขึ้นนั่งคร่อมแพนก่อนจะจับมือทั้งสองข้างเอาไว้เหนือหัว
พลางปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด...
ทีบะเม็ดจนหมดแล้วถอดมันออกเหลือแค่เสื้อบราสีขาวเพียงตัวเดียว
เฟรชยกยิ้มขึ้นก่อนก้มลงไซร้คอดูดจนขึ้นรอย ดูดอยู่แบบนั้นตั้งแต่คอขาวจนถึงหน้าอก
มือเรียวลูบแผ่นหลังบางเบาๆก่อนจะปลดตะขอบราออกเหลือแล้วดึงมันออกจากร่างบางของแพน
เมื่อถอดส่วนบนออกจนหมดแล้วก็ลุกขึ้นแล้วมานั่งตรงหว่างขาแทน
"ซาดิสหน่อยนะคะ"
เฟรชว่าพลางจูบเบาๆลงบนขาแล้วถอดเข็มขัดเองออกมา แพนเห็นแบบนั้นก็เขินจนหน้าขึ้นสี
แต่ไม่ทันทีเธอจะระวังเฟรชก็รัดขาเธอติดกันแล้วถือเสื้อกับบราขึ้นมาถือไว้ในมือ
"มึงจำไว้นะ มึงจะทำใคนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เฟรช!"
ว่าชูนิ้วกลางให้ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเสื้อและบราที่ถืออยู่ในมือ
"กรี๊ด!!! อีเด็กเวร เอาเสื้อฉันคืนมานะ!!"
ตัวตนที่อยู่ลึกๆ ภายในจิตใจ
เขาจะแข็งแกร่งเมื่อตัวตนหลักอ่อนแอจนจิตใจควบคุมไม่ไหว
การมีเขาอยู่หลายๆ คนอาจจะมองว่าบ้า อาจจะมองว่าป่วย
แต่เขาเป็นคนเดียวที่คอยช่วยเวลาตกอยู่ในสถานะการณ์ที่แย่
และการเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน...
หวังว่ามันจะดี...
"ผมมารับคุณครับสมาชิก..."
26.04.20
@macgust
@sailom

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น